RSS Feed

สวนพฤษาศาสตร์

ดไปทำการขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณกล้วยไม้ วิธีการที่นิยมคือ – ตัดแยกลำหน้าลำหลัง เหมาะสำหรับกล้วยไม้ประเภทซิมโพเดี้ยล – ตัดลำแก่ปักชำ เหมาะสำหรับกล้วยไม้ซิมโพเดี้ยล โดยเฉพาะสกุลหวายบางหมู่ – ตัดยอดและการแยกหน่อ เหมาะสำหรับกล้วยไม้ประเภทโมโนโพเดี้ยล – เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับกล้วยไม้ทั่ว ๆ ไป

 ใบ ลักษณะความแตกต่างของใบกล้วยไม้ก็เช่นเดียวกับความแตกต่างของลำต้นทั้งนี้เพราะเป็นพืชสกุลใหญ่นั่นเอง กล้วยไม้บางชนิดมีใบเป็นรูปทรงกระบอก เช่น แวนด้าในกลม หรือบางชนิดมีลักษณะแบน ยาว และมีหน้าติดเป็นรูปตัววี (V) เช่น แวนด้าใบแบน กล้วยไม้บางชนิดมีใบหนา เก็บเอาน้ำและอาหารไว้ในใบได้ดี สภาพผิวใบที่กร้านแข็งแสดงถึงความต้านทานต่อสภาพแวดล้อม

 ดอก ดอกกล้วยไม้เป็นดอกสมบูรณ์เพศ (Hermaphroditic folwer of Bisexual flower) คือดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ลักษณะของกลีบดอกจะอยู่ด้านบนของรังไข่ ซึ่งดอกไม้ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า เอพิจินัส (Epigenous folwer) จะสังเกตเห็นว่าก้านดอกกล้วยไม้ส่วนที่อยู่ใกล้ดอกก็คือส่วนของรังไข่ ส่วนต่าง ๆ ของดอกซึ่งอยู่เหนือรังไข่ทั้งหมดเรียกว่าเพอริโกเนียม (Peregonium) นับตั้งแต่กลีบนอก กลีบใน ปาก เส้าเกสร (เป็นส่วนของก้านเกสรตัวผู้และตัวเมียรวมเป็นก้านเดียวกัน) และส่วนต่าง ๆ ที่อยู่บนเส้าเกสรทั้งหมดของดอกกล้วยไม้ เกสรตัวผู้ของดอกกล้วยไม้จะมีลักษณะเหนียวติดกันเป็นปึกข้น ๆ คล้ายแป้งเปียกอย่างข้น แต่มักจะพบเสมอว่าจะจับตัวเป็นกลุ่มหรือก้อนแข็ง ๆ เช่น เกสรกล้วยไม้ในประเภทแวนด้า เดนโดรเบี้ยม (หวาย) และคัทลียา ก้อนหรือเมล็ดเกสรนี้ คือ การรวมกลุ่มของเกสรเล็ก ๆ จำนวนมากมาย ภาษาทางวิชาการเรียกก้อนเกสรนี้ว่าพอลลิเนีย (Pollinia) ภายในดอกจะมีจำนวนเป็นคู่ กล้วยไม้บางชนิดก็มีเพียงคู่เดียว แต่กล้วยไม้บางชนิดก็อาจจะมีหลาย ๆ คู่ การที่เกสรตัวผู้ของกล้วยไม้มีลักษณะรวมตัวเป็นก้อนนี้จะช่วยให้การเก็บรักษาและการใช้ประโยชน์ในการผสมพันธุ์กล้วยไม้สะดวกและคล่องตัวมาก

 ผล ฝักกล้วยไม้หรือผลซึ่งภายในมีเมล็ดเกิดจากการผสมกัน ของเกสรตัวผู้และตัวเมีย อายุของฝักกล้วยไม้ตั้งแต่การผสมแล้วไปจนถึงฝักแก่แตกต่างกันแล้วแต่ชนิดของกล้วยไม้และสภาพสิ่งแวดล้อมและความสมบูรณ์ขององค์ประกอบในการเจริญงอกงามด้วย กล้วยไม้บางชนิดอาจจะฝักแก่ได้ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ ๆ แต่กล้วยไม้บางชนิดซึ่งมีฝักอยู่กับต้นได้กว่าปีครึ่งจึงจะแก่ ฝักกล้วยไม้ประเภทโมโนโพเดี้ยลมักจะติดอยู่กับก้านใบ ลักษณะตั้งเอาปลายชี้ขึ้น แต่ฝักไม้ประเภทซิมโพเดี้ยมมักจะติดอยู่กับก้านใบ ลักษณะตั้งเอาปลายชี้ขึ้น แต่ฝักไม้ประเภทซิมโพเดี้ยลมักจะห้อยลงมาเป็นส่วนมาก เช่น ฝักกล้วยไม้สกุลเดนโดรเบี้ยม (หวาย) หากฝักสมบูรณ์ดี มีเมล็ดเต็มที่ แต่ละฝักอาจจะให้เมล็ดเป็นจำนวนมาก (10,000 – 100,000) โดยเหตุที่เมล็ดกล้วยไม้มีลักษณะเล็กเป็นผลละเอียดมาก แหล่งที่มาของพันธ์ไม้ ทั่วไป รายละเอียดอื่นๆ เกียวกับข้มูลพันธ์ไม้ แหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าที่สำคัญของโลกมี 2 แหล่งใหญ่ๆ ด้วยกันคือ ลาตินอเมริกา กับเอเชียแปซิฟิค สำหรับในลาตินอเมริกาเป็น อาณาบริเวณอเมริกากลางติดต่อกับเขตเหนือของอเมริกาใต้ ส่วนแหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง จากการค้นพบประเทศไทยมีพันธุ์กล้วยไม้ป่าเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการเจริญงอกงามของ กล้วยไม้มาก และกล้วยไม้ป่าที่ในพบในภูมิภาคแถบนี้มีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แตกต่างจากกล้วยไม้ในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: